เปิดตัวตนนักแสดงน้องใหม่ ซีน ภัสธรากรณ์ เมื่อบทเมษาคือความท้าทายของชีวิต

  • Posted on: 16 May 2017
  • By: webmaster

              ถือเป็นลูกหนี้สาวแสบที่สุดไปแล้ว สำหรับนักแสดงน้องใหม่อย่าง ซีน ภัสธรากรณ์ บุษราคัมวดี หรือ เมษาจากละครที่หนี้มีรัก ละครรักใช้ชำระความเครียดที่กำลังสนุกเข้มข้น ลุ้นกันทุกตอน   วันนี้แอดมินเลยจับสาวเก่งมานั่งเปิดใจการรับบทท้าทายตัวเอง   

              “หนูชื่อ ภัสธรากรณ์ บุษราคัมวดี  เกิดวันที่ 18 สิงหาคมค่ะ 2538 ค่ะ ผลงานที่ผ่านมาละครเรื่องแรกคือ เรื่องวัยแสบสาแหรกขาด บทเป็นปุ่น เรื่องที่สองคือ “ที่หนี้มีรัก” รับบทเป็นเมษา  เรื่องที่สาม สายลับจับแอ๊บ รับบทเป็น แพรพิณ ก่อนหน้านี้มีงานโฆษณามาพอสมควร แต่ว่าไม่เหมือนละครเลย  พอมาทำจริงๆ แล้วต้องปรับตัวมากค่ะ ”  

            “หนูเข้าวงการละครมาได้จากโฆษณา คือเริ่มจากที่เรียนคณะศิลปกรรม เอกการแสดงที่มศว.  (มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ)  รุ่นพี่ก็จะชวนไปทำงาน จนผู้ใหญ่ในช่องเห็นแล้วสนใจ เลยได้มาแคส แล้วได้เซ็นสัญญากับช่องค่ะ เริ่มผลงานแรกคือละครวัยแสบสาแหรกขาด เล่นเป็นปุ่นก็จะใสใส หัวหน้าห้องแบ๊วๆ”

             ทีนี้พอจากบทใสๆ  ก็มาถึงบทลูกหนี้สาวแสบ เมษา  “พลิกเลยค่ะ พลิกมากจริงๆ เมษานี่ไกลตัวมากกกค่ะ ตอนแรกกดดันเพราะว่าหนูไม่ชอบคนเหนียวหนี้ (หัวเราะ) หลายครั้งจะไม่เข้าใจตัวละครเมษา แต่พอคุยกับพี่แอนดี้  ผู้กำกับ  เขาก็จะบอกเหตุผล บอกว่าคนอย่างนี้มีจริงๆ คนที่ไม่แคร์ใครเลยนอกจากตัวเองเพราะความสุขของคนเรามันไม่เหมือนกัน ความสุขของเมษาคือการได้ซื้อของเติมเต็มส่วนที่ขาด  เราก็ต้องมาตีความการแสดงต่อ สนุกมากที่ได้แสดงเป็นคนที่เยอะขนาดนี้ (หัวเราะ) ใช้พลังเยอะมากเพราะว่านางเป็นคนที่ทำอะไรไม่เหมือนคนทั่วไป (หัวเราะ) นางจะทำอะไรที่เกินคนปกติไปอีกอะไร บางวันเล่นทุกซีน  ก็มีช่วงพลังหมด หนูต้องแบบเต้นเยอะๆ วิ่งเยอะๆ กระโดดเยอะๆเพราะพอมาเป็นเมษา ทำให้เราต้องไฮเปอร์เท่าเค้า ”  

             การที่ได้เรียนมาโดยตรง ก็ใช้ในการแสดงได้ “ ใช้ได้เยอะมากค่ะ หนูเรียนเกี่ยวกับละครเวที  จะมีได้เรียนวิธีการใช้เสียง  ละครเวทีก็จะต้องเล่นให้ใหญ่เพื่อส่งไปให้ถึงคนข้างหลัง  หนูก็เอาความใหญ่นั้นมาใส่ให้กับเมษา (หัวเราะ) เมษาถึงใหญ่มากกก เดินๆบนถนนนี่ต้องเห็นตั้งแต่ท้ายซอยยันต้นซอย แล้วเธอแต่งตัวจัดมา มีแอ๊คแบบว่าเกินจริง แต่เป็นชีวิตจริงของเธอ ชีวิตจริงที่วอนนาบี  (wannabe) อยากมีทุกอย่าง ทุกที่คือรันเวย์ ทุกที่คือเวทีที่เมษาจะได้เฉิดฉาย ทุกครั้งที่นางได้แต่งตัว หรือช้อปปิ้ง  แต่เนื้อหาละครเป็นชีวิตจริงของคนมากๆค่ะ หนูว่าหลายคนต้องมี  ใช้เงินแลกความสุขจนลืมมองคนรอบข้างๆ  ลืมมองว่ามีความรักที่สำคัญกว่าเงิน ”

             “บางคนอาจจะเป็นหนี้ด้วยความจำเป็นเหมือนอย่างธันวาหรือว่าคนอื่นในชุมชน เพราะฉะนั้นหนูว่าเรื่องการเป็นหนี้สินมันใกล้ตัวทุกคนมาก อย่างน้อยที่สุด ทุกคนไม่เป็นลูกหนี้ก็ต้องเป็นเจ้าหนี้ใครสักคนนึงแน่ๆ  ซึ่งเมษาในเรื่องจะมีวิธีการหนีหนี้ที่แสบมาก นางไม่คิดถึงใครเลยค่ะนอกจากตัวเอง จนได้รับบทเรียน ”

             “ในเรื่องก็ต้องหนีการทวงหนี้ของพระเอกด้วย  บู๊เยอะมาก  ทำร้ายพระเอกด้วย (หัวเราะ) แล้วก็ร่วมมือกันทำร้ายคนอื่นด้วย (หัวเราะ)  ตัวก็เล็กกว่าแต่เหมือนมีแรงค่ะ ในเรื่องบทกุ๊กกิ๊กก็เยอะ ให้ดูแล้วมีรอยยิ้มกัน จะได้ไม่เครียดมาก ระหว่างฉากทำร้ายร่างกายกับฉากกุ๊กกิ๊กเหรอคะ (หัวเราะ) ฉากทำร้ายร่างกายนี่จะง่ายหน่อยค่ะ(หัวเราะ) ฉากกุ๊กกิ๊กนี่ก็แบบไม่ใช่กับพระเอกคนเดียว เมษาก็จะสวยนิดนึงมีผู้ชายมาชอบทั้ง ก้องภพ วาคิน ธันวาอยู่เป็นเบอร์หลัง หนูก็งงมาก เอ๊ะ เมษาเค้ามีความสวยอะไรน้าที่คนมาชอบเค้าเยอะจัง  (หัวเราะดังมาก) แต่จริงๆอย่างนึงที่เมษามีคือเค้าจริงใจ ถึงบางทีจะดูว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดสูง  แต่เค้ารักความยุติธรรม  เค้าจะไม่ยอมให้ใครโดนทำร้ายโดยเฉพาะพลอยดาว  แล้วเมษาก็ทำงานเก่ง ทำงานตลอดเหมือนผู้หญิงตอนนี้ ทำงานเก่ง ใช้เงินเก่ง เอาตัวรอดได้   มันเป็นคาแรกเตอร์นางเอกที่แปลกกว่าชาวบ้านเค้า  ไม่ใช่นางเอกในจินตนาการแต่หนูว่ามันท้าทาย มันสนุกมาก   

             “ ฟีดแบคดีค่ะ   คนใกล้ตัวจะบอกว่า เฮ้ย ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นได้ขนาดนี้ (หัวเราะ)บางคนก็จะบอกว่าใหญ่ดี ชอบ  คนไม่เชื่อว่าเป่าจินจงจะทำละครโรแมนตก คอเมดี้ ดูขำ ดูเพลินแล้วก็มีข้อคิดแฝงไว้ในความสนุกน่ารัก”

             “ เป็นกลุ่มนักแสดงหน้าใหม่เยอะมากด้วย  ก็จะมีพี่มะปราง พี่แจ๊คที่ผ่านมาเยอะกว่าคนอื่นหน่อย  ทุกคนอยู่ด้วยกันแล้วเข้ากันได้ดีมากเลยค่ะ อายุใกล้ๆกัน ตัวจริงเราก็สนิทกันด้วย พอเราเข้าไปเล่น  มันก็เลยสนุก  เล่นกันตลกจนขำกันเอง  เลยทำให้หนูรู้สึกว่าคนดูก็จะมีความสุข เพราะว่าตอนที่เราทำมีพลังของความสนุก ”

             “ชีวิตเปลี่ยนมากในหลายๆแง่เลยค่ะ พอได้มาทำงานละคร ทำให้เรารับผิดชอบเยอะขึ้น หนูได้เรื่องการจัดการชีวิตเยอะมากค่ะ เพราะก่อนหน้านี้หนูจะเรียนอย่างเดียว พอมาทำงาน ต้องจัดตารางชีวิตดีๆ  แล้วก็การบ้านอีก ทำหลายอย่างพร้อมกัน ครอบครัวช่วยเยอะมากค่ะ สำคัญสุดเลยคือกำลังใจจากครอบครัวค่ะ  หนูเคยอยากเป็นหลายอย่างมาก ตั้งแต่เด็กๆ หนูเคยอยากเป็นหมอ เพราะได้ช่วยคน  คุณตาหนูเป็นหมอฟันที่ใจบุญมาก  หนูก็เลยเรียนวิทย์ - คณิตตั้งแต่ม.1- ม.6 แต่พอเรียนแล้วเราไม่มีความสุข เรารู้สึกเหมือนไม่ใช่สิ่งที่เราอยากทำ หนูก็เลยลองถ่ายนิตยสาร เรารู้สึกว่าทำไมเราชอบ ก็เลยลองสอบเข้าคณะการแสดง ฉีกจากวิทย์คณิตเลย แล้วรับแค่สอบตรง มีคนสอบพันคน แต่ว่าเอาสามสิบคน หนูก็คิดว่าสมมติเราลองไปออดิชั่นแล้วเราติด  เราน่าจะใช่ทางนี้  แล้วหนูก็ติดจริงๆ   หนูก็เลยคิดว่าเราต้องทำให้ครอบครัวเห็นว่านี่คือสิ่งที่เราเลือกและเราทำได้บนเส้นทางที่เราเลือกแล้ว

            “หนูจำได้เลย คัทแรกของการเป็นเมษา ฉากนั้นคือถือกระเป๋าช้อปปิ้ง เปิดลิฟต์เดินเข้าคอนโด แค่หนูเปิดลิฟต์แล้วหนูเดินมาหน้าห้องแค่นั้น พูดคนเดียว ถ่ายอยู่สามชั่วโมง (หัวเราะ) หนูลุ้นมาก  วันแรกของการถ่ายเป็นโซโล่เมษา ตอนแรกหนูเครียด  มันเลยนานมาก เพราะเรากังวลจะเดินเป็นเมษายังไง จะพูดเป็นเมษายังไง  แต่สุดท้ายเหมือนพอมันผ่านจุดนึงไปได้  ฉากต่อไปหนูทิ้งทุกอย่างแล้วทำเลย ทำ ทำออกมาเลย"

              เพื่อน คณิน พระเอกของเรื่องช่วยอะไรบ้างไหมในการแสดง  “ช่วยได้ค่ะ  ช่วยได้มากเลย ตอนแรกหนูเกร็งเพราะว่าหนูอยู่คนเดียว   พอเล่นคนเดียวเราจะโฟกัสตัวเองเยอะ ทำอย่างนี้ดีมั้ย มันเครียด แต่พอมีพี่เพื่อนมาเข้าฉากวันแรกด้วยเลย  หนูถ่ายคนเดียวตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยง แล้วพี่เพื่อนมาตอนพักเที่ยง ก็ได้คุยกัน ต่อบทเล่นกัน หนูรู้สึกว่าไม่เกร็ง แล้วพอเข้าบทด้วยกันพี่เพื่อนก็มาเลยเต็มที่ !! พี่เพื่อน มาเจอวันแรกไม่แกล้งค่ะ เพราะยังไม่สนิทกัน  ก็พูดดีๆ พอเล่นละครไปสักเดือนนึง ก็เปลี่ยนไปค่ะ (หัวเราะ) ตัวจริงออกมาแล้ว มีแกล้ง แต่คนโดนแกล้งเยอะสุดไม่ใช่หนูค่ะ พี่เกี๊ยก โดนแกล้งเยอะสุด ”

             “ตัวละครเมษาให้อะไรหนูเยอะจริงๆค่ะ ทำให้หนูรู้สึกว่าเราสามารถเป็นได้ทุกอย่าง  หนูพูดกับตัวเองเลยว่าถ้าหนูเล่นเป็นเมษาได้นะ หนูก็ไม่กลัวอะไรแล้ว นางทำทุกอย่างแล้วที่เราต้องเจอในชีวิต ทั้งโรแมนติก ฮา ดราม่า จริงๆแล้วนางเป็นคนที่มีปมที่น่าสงสาร ตัวละครเมษานี่ปลดล็อกหนูเยอะมาก ทำให้หนูไม่ห่วงอะไรอีกแล้วต่อจากนี้  ”  

               “ร่วมงานกับเป่าจินจงครั้งแรกก็เจอบทพีค หนูรู้สึกดีนะคะที่เป็นเป่าจินจง  คือละครที่เป็นนางเอกเรื่องแรกมันทั้งกดดัน ทั้งเครียดหลายอย่าง หนูรู้สึกว่าบทนางเอกคือบทที่เป็นจุดศูนย์กลางของเรื่อง แต่พอมาอยู่กับเป่าจินจง ทำให้เรารีแล็กซ์ ไม่เครียด  หนูรู้สึกว่าบรรยากาศในการทำงานสำคัญมาก  ก่อนเราเข้าฉาก เรามีความสุข เราเม้าท์กับพี่เสื้อผ้า เม้าท์กับพี่ช่างทำผมแต่งหน้า เม้าท์กับทีมงาน เข้าไปเจอพี่แอนดี้ ผู้กำกับ  พี่แอนดี้ก็เม้าท์  จากตอนแรกหนูกังวลหลายอย่าง แต่พอเจอพี่ทีมงานที่น่ารัก เจอพี่นักแสดงที่น่ารัก มันทำให้ความกังวลมันหายไปได้จริงๆค่ะ อาตู่  พี่นุชก็มากองค่ะ เอาอาหารมา  อาตู่กับพี่นุชทำให้หนูอบอุ่นมาก  ตอนที่หนูอัดเพลง อาตู่มายืนตรงกระจกแล้วบอกสู้ๆ  หนูนี่แบบมีกำลังใจ อยู่ที่เป่าจินจง มีกำลังใจเยอะมาก”

               “ จริงๆชีวิตหนูอยากเป็นหลายอย่างมาก นักร้องก็อยากเป็นแต่คิดว่าคงได้แค่ฝัน เหมือนตอนเด็กๆเราชอบดูคอนเสิร์ตแล้วก็ยืนบนเตียง  เอาไมค์ขนมของเล่นมาร้องเพลง  แต่ไม่ได้คิดว่าจะร้องเพลงประกอบละครเองจริงๆ  พอรู้ว่าจะมีเพลงของตัวเอง  ดีใจมากค่ะ ตื่นเต้นมาก ฝึกร้องทุกวัน ต้องขอบคุณพี่หนึ่ง ณรงค์วิทย์ และทีมโปรดิวเซอร์เพลงด้วยค่ะที่ให้โอกาสหนู  หนูรู้สึกเลยว่ามีความท้าทายหลายๆอย่างมากจากการเล่นละครเรื่องนึง หนูขอฝากผลงานละคร ที่หนี้มีรัก  ให้ทุกคนดู ติชมได้ หนูจะพัฒนาต่อไปเรื่อยๆค่ะ”

              เต็มอิ่มกับตัวตนของนักแสดงน้องใหม่ไฟแรง ซีน ภัสธรากรณ์ ให้กำลังใจสาวเก่ง ความมุ่งมั่นเกินร้อยคนนี้ได้ในละคร ที่หนี้มีรัก  กำกับการแสดงโดย แอนดี้ ราชิต กุศลคูณสิริ  จันทร์ ถึง พฤหัสเวลา 19.05  น. วันศุกร์ เวลา 18.45  น. ทางช่อง 3 ออริจินัล และ ช่อง 33  HD  

Embedded thumbnail for  เปิดตัวตนนักแสดงน้องใหม่   ซีน  ภัสธรากรณ์ เมื่อบทเมษาคือความท้าทายของชีวิต